การตรวจรัตนชาติ

การซื้อขายรัตนชาติเป็นงานที่ยากยิ่งอย่างหนึ่ง เพราะการบอกชนิด การวัดคุณภาพซึ่งใช้สี ความใส และมลทินเป็นหลัก เพื่อตีราคานั้น ไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะใช้วัดคุณภาพได้ สีที่เห็นเป็นสัมผัสของตา ตาส่งสัมผัสไปสู่สมอง สมองจะเปรียบเทียบสีที่เห็นนั้น กับสีที่ บันทึกไว้ในสมอง และตัดสินออกมาในที่สุด ผู้ที่มีความสามารถในการกำหนดและตีราคานั้น จะต้องเป็นคนที่มีสายตา และสมองที่มี ความสามารถใน การบอกความแตกต่างที่ละเอียดอ่อนได้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกันไป โดยต้องอาศัยพื้นฐาน ความรู้ทางแร่วิทยา คุณสมบัติทางกายภาพ คุณสมบัติทางแสง และความคุ้นเคยกับประสบการณ์เป็นตัวช่วย แน่นอนที่สุดการตรวจ รัตนชาตินั้น จะต้องใช้ ประสาทสัมผัสทั้งห้า มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต มีนัยน์ตาที่แหลมคม และมีใจรัก ปัจจุบันเทคโนโลยี และเครื่องมือมีมากมาย ดังนั้นการใช้เครื่องมือ (gem instrument) จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การตรวจ ถูกต้องแม่นยำขึ้น นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีมากขึ้น ก็มีการผลิตรัตนชาติสังเคราะห์ (Synthetic Gem) รัตนชาติเลียนแบบ (Imitation and Simulate) เข้ามาใช้ในวงการ รัตนชาติมากมาย จึงทำให้การตรวจรัตนชาติยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นผู้ตรวจจะมีประสิทธิภาพ ในการตรวจได้ดีต้องมีความชำนาญ ประสบการณ์ผ่านพบรัตนชาติจำนวนมากๆ ทำให้เกิดความคุ้นเคย มีผลให้การตรวจแม่นยำขึ้น ขั้นตอนการตรวจรัตนชาติ (Procedure in Gem Identification) ขั้นตอนการตรวจรัตนชาติเป็นขบวนการกำหนด สืบทราบชนิดของรัตนชาติโดยทำการตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ ที่ได้จากการตรวจ สอบ คุณสมบัติต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอน แล้วประเมินข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการตรวจสอบ และสรุปว่าควรจะเป็นรัตนชาติชนิดใด โดย กำหนดออก มาเป็น Species และ Varieties ของรัตนชาติที่ทำการตรวจสอบ ซึ่งขบวนการนี้คล้ายคลึงกับการขจัดความสงสัย ของนักสืบ โดยการ ประมวลจากข้อมูลที่สอบสวนมาได้เช่นกัน ขั้นตอนการตรวจมี 4 ขั้นตอน คือ การตรวจโดยอาศัยตาเปล่า (Unaided Eye) การตรวจรายละเอียดภายใน โดยอาศัยแว่นขยาย 10X หรือกล้องจุลทรรศน์ (Binocular Microscope) การตรวจค่าดัชนีหักเห (Refractive Index) ซึ่งสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อรัตนชาตินั้นมีหน้าขัดมันที่เรียบพอที่จะใช้กับ เครื่องมือวัดดัชนีหักเห (Refractometer) ได้ การตรวจโดยใช้เครื่องมือทางรัตนชาติอื่นๆ เช่นโพราไลสโคป (Polariscope) ไดโครสโคป (Dichroscope) สเปกโตรสโคป (Spectoscope) เป็นต้น เมื่อตรวจสอบตัวอย่างตามขบวนการที่กล่าวมาแล้วก็จะสามารถสรุปผลออกมาได้ว่ารัตนชาติที่ทำการตรวจสอบนั้นอยู่ใน Species หรือ Varieties ใดโดยพยายามรวบรวมข้อมูลจากการทดสอบทั้งหมด และพิจารณาว่ารัตนชาตินั้นมีคุณสมบัติต่างๆ ตรงกับ Species และ Varieties ของรัตนชาติใด และจะต้องพยายามใช้ Key Separationg เป็นตัวช่วยตัดสินในกรณีที่คุณสมบัติ ที่ตรวจสอบได้นั้นเข้ากัน ได้กับรัตนชาติถึง 2 Species ตัวอย่างเช่น ทับทิมธรรมชาติและทับทิมสังเคราะห์มีค่าดัชนีหักเห และค่าความถ่วงจำเพาะเท่ากัน ลักษณะ จาก Polariscope เหมือนกัน ดังนั้นกุญแจสำคัญที่ใช้แยก (Key Separation) คือการ ตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์และการเรืองแสง ขั้นตอนการตรวจสอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้อง เรียงลำดับขั้นตอนการตรวจตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เสมอไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  patchra persona libary

Related posts:

การดูแลรักษาเครื่องประดับอย่างง่าย ๆ สไตล์คุณแม่บ้าน
เทคนิคการเลือกต่างหู
สาวราศีไหนเหมาะกับเครื่องประดับเพชร แบบไหน? (ราศีกรกฎ (21 มิถุนายน - 22 กรกฎาคม)))

No related posts.

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>