การแพ้เครื่องประดับ

พบการแพ้เครื่องประดับได้บ่อยในสตรี ไทยทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใช้ของแท้หรือของเทียม ทั้งนี้เพราะการแพ้เครื่องประดับนั้น ส่วนใหญ่เป็นการแพ้โลหะนิกเกิล ซึ่งเป็นธาตุลำดับที่ 28 ที่นิยมใช้เพื่อนำไปผสมกับโลหะอื่นให้เป็นโลหะเจือ ใช้ชุบ หรือใช้ฉาบผิวโลหะอย่างอื่น นิเกิลจึงเป็นส่วนผสมของโลหะหลายอย่าง ที่เป็นส่วนประกอบของ เครื่องประดับ เช่น ที่ด้านหลังของหน้าปัดนาฬิกา สายสร้อย กระดุมโลหะ หัวเข็มขัด กรอบแว่นกิ๊บติดผมตะขอเกี่ยวยกทรงและซิป

พบการแพ้โลหะนิกเกิลได้ถึงร้อยละ 10 ของคนทั่วไป โดยอาจพบในหญิงมากกว่าชายถึง 20 เท่า ทั้งนี้เพราะหญิงมีผิวบอบบางกว่า และนิยมใช้เครื่องประดับมากกว่าผู้ชาย พบว่าผู้ที่ใส่เครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ก็ยังแพ้ได้ ทั้งนี้เพราะทอง 100% จะไม่ค่อยแข็ง อย่างน้อยจึงต้องมีการเจือนิกเกิลเพื่อเพิ่มความแข็งและนำมาทำเป็นเครื่อง ประดับได้ การแพ้เครื่องประดับทองจึงเป็นการแพ้โลหะนิกเกิลที่ผสมลงไปนั่นเอง

สำหรับการวินิจฉัยการป้องกันการ แพ้เครื่องประดับที่ทำจากนิกเกิลนั้น อาจสังเกตจากลักษณะของการเกิดผื่น เช่นถ้าแพ้นิกเกิลในต่างหู จะพบรอยแดงหรือผื่นที่ติ่งหู แต่ถ้าแพ้ด้านหลังของหน้าปัดนาฬิกา ก็จะพบผื่นแดงเป็นวงกลมที่ด้านหลังของข้อมือ หากแพ้ตะขอกางเกงจะพบผื่นบริเวณสะดือ บางคนแพ้ล็อกเก็ตห้อยคอ ก็อาจพบผื่นแดงกลางหน้าอก ผื่นจะมีอาการคันร่วมด้วย สำหรับวิธีป้องกันนั้น คือ การงดสวมใส่เครื่องประดับที่สงสัยว่าจะแพ้ ผื่นจะจางลงใน 2-3 วัน แพทย์อาจทดสอบแพ็ตเทสต์ (Patch test) โดยใช้สารที่สงสัยว่าก่อให้เกิดการแพ้มาแปะติดด้านหลังหากผลการทดสอบยืนยัน ว่าแพ้โลหะนิกเกิลจริง ก็อาจหันมาใช้เครื่องประดับที่ทำจากสแตนเลสสตีล (Stainless Steel) แทน หรืองดการใช้เครื่องประดับเพื่อป้องกันการแพ้นิกเกิล ได้มีคณะผู้วิจัยทดลองเจือจางขี้ผึ้งเตตร้าไซคลีนในความเข้มต่างๆ และนำมาทาเหรียญนิกเกิล นำเหรียญมาแปะติดแผ่นหลังของผู้เข้ารับการทดลอง 10 รายเปรียบเทียบกับเหรียญที่ทาด้วยยาหลอก พบว่าขี้ผึ้งเตตร้าไซคลีน ขนาด 3% และ 1% สามารถยับยั้งการแพ้นิกเกิลได้ คือไม่เกิดผื่นแดงขึ้นในผู้เข้ารับการทดลองทุกราย ส่วนขี้ผึ้งขนาดความเข้มข้นต่ำคือ 0.3% ทำให้เกิดการแพ้น้อยลงในผู้เข้ารับ การทดลอง 4 ใน 10 ราย ในกรณีของการรับประทานยาเตตร้าไซคลีน พบว่าทุกรายที่ได้ยามีความทนต่อการแพ้นิกเกิลเพิ่มขึ้น2ถึง7เท่า

งานวิจัยนี้สรุปได้ว่า ขี้ผึ้งเตตร้าไซคลีนอาจมีประสิทธิภาพในการเป็นเกราะทางเคมีป้องกันการแพ้ นิกเกิล เพราะตัวยาเป็นสารโมเลกุลใหญ่ที่รวมเป็นองค์ประกอบเชิงซ้อนที่คงทนกับประจุ ไฟฟ้าหลายชนิดได้ นอกจากนั้น การรับประทานยาเตตร้าไซคลีนอาจสามารถเพิ่มความทนต่อการแพ้นิกเกิลได้ ยารักษาโรคสิวตัวนี้ จึงอาจมีบทบาทในผู้ที่แพ้เครื่องประดับ อย่างไรก็ตามควรทำการทดลองในผู้ป่วยจำนวนมากเพื่อยืนยันผล อีกครั้งและควรลองสังเกตดูว่าผู้ป่วยที่รับประทานยาเตตร้าไซคลีนรักษาโรคสิว มีอุบัติการณ์ของการแพ้ เครื่องประดับในอัตราต่ำกว่าประชากรปกติกลุ่มที่ไม่ได้รับยาตัวนี้หรือไม่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  Health Today Thailand Magazine

Related posts:

ทำนายฝันเกี่ยวกับอัญมณี
เทรนด์สีในปี 2012
ฉลาดล้ำโลก ทองคำ100วินาที

No related posts.

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>