ฟันธงปี 2012 ทองคำ “รุ่ง” กว่าน้ำมัน

ตอนนี้ ก็เข้าสู่ปีใหม่ปี มะโรง กันแล้วนะคะ เรามาดูกันนะคะว่าในปีหน้าเราจะทำกำไรจากทองดีหรือไม่ ซึ่งเราได้นำข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์มาให้ท่านที่สนใจจะเก็งกำไรจากทอง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนทองคำ ซึ่งบทความที่เรานำมาในครั้งนี้เป็นเรื่องดีทีเดียวคะ เรามาดูกันนะคะว่าดีอย่างไร

รวิส อิ่มบำรุง สำรวจความเห็นผู้จัดการกองทุน ฟันธงล่วงหน้าปี 2012 “ทองคำ”รุ่งกว่า”น้ำมัน”

ทองคำ” และ “น้ำมัน” ในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจโลกนั้น ถือเป็นการลงทุนทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างมาก ราคาวิ่งแรงแปลงร่างเป็นกระทิงวิ่งไล่กันเป็นว่าเล่น แต่ภาพหลังวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา กลับเปลี่ยนไปพอสมควร ในขณะที่ทองคำ ราคายังคงเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง แต่น้ำมันดูจะลดบทบาทและความน่าสนใจในแง่ของการลงทุนไปค่อนข้างมาก สะท้อนผ่านภาพของ “กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์” ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยเอง ที่พบว่ากว่า 90% ของกองทุนประเภทนี้ เป็น “กองทุนทองคำ” เป็นหลัก ที่เหลืออีก 10% เป็นกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นรวมทั้งน้ำมันด้วย

ในปี 2012 นั้น การลงทุนในทองคำ หรือน้ำมัน จะยังคงน่าสนใจหรือไม่ แล้วอะไรที่น่าสนใจกว่ากัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ “กรวุฒิ ลีนะบรรจง” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. ยูโอบี (ไทย) มองว่า ในมุมมองของยูโอบียังมองทองคำมีแนวโน้มขาขึ้น (Bullish) อยู่ โดยมีเป้าหมายในปี 2012 ที่ประมาณ 1,900 – 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แม้ในช่วงปลายปี 2011 ราคาทองคำจะปรับตัวลงมาซึ่งเป็นผลกระทบในเชิงลบจากปัญหาหนี้ในยุโรปทำให้ราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวตามเงินสกุลยูโรเป็นหลัก และทำให้นักลงทุนต่างมองตลาดทองคำ ในเชิงลบและทำให้ราคาปรับลงมาทดสอบแนวเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ที่บริเวณ 1,560 – 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้น ราคาทองคำไม่เคยหลุดแนวเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ลงมาเลย ถือเป็นแนวราคาที่แข็งแกร่งของทองคำหากมองทางเทคนิค

ทั้งที่ด้วยพื้นฐานของทองคำเองไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย ที่สำคัญดีมานด์การลงทุนในทองคำ กลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นการปรับลงของราคาทองคำจึงน่าจะเป็นการ “ปรับฐาน” ในระยะสั้นเท่านั้น แต่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้นอยู่

“แม้ราคาทองคำ จะปรับตัวลงมาแล้วก็ตามแต่ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าสินทรัพย์ อื่นในปี 2554 ที่ผ่านมา หากมองแนวโน้มแล้วธนาคารกลางทั่วโลกก็ยังจะคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง สหรัฐเองด้วยเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเชิง ผ่อนคลาย (QE-3) ดังนั้น ทองคำก็ยังจะเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอยู่ในระยะกลางถึงยาว”

โดยแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาทองคำยังอ่อนตัวอยู่แล้วถือไปรอขายที่เป้าหมายจะดีกว่า ส่วนการลงทุนในน้ำมันนั้น ยังไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับทองคำ โดยมองว่าราคาเฉลี่ยในปี 2555 จะไม่เกินระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และโอกาสที่จะเห็นราคาน้ำมันวิ่งแรงๆ เหมือนช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังดีก็ไม่ได้ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดีมานด์ความต้องการใช้แม้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากเหมือนช่วงที่เศรษฐกิจดี แน่นอน

เช่นเดียวกับ “วีระ วุฒิคงศิริกูล” รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทย ที่มองว่า ในปี 2012 นั้น การลงทุนในทองคำยังน่าสนใจกว่าน้ำมัน แม้ในไทยเพิ่งจะมองทองคำเป็น “สินทรัพย์การลงทุน” เมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ในต่างประเทศมีการลงทุนในทองคำ มานานแล้ว ในอดีตธนาคารกลางทั่วโลกเคยใช้เงินดอลลาร์สหรัฐและยูโรเป็นทุนสำรอง แต่เมื่อ 2 ภูมิภาคนี้มีปัญหาก็มีแนวโน้มที่จะลดการถือครองเงิน 2 สกุลนี้ลงโดยเฉพาะยูโรแล้วหันมาถือทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะกลางถึงยาวที่สำคัญเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีนักลงทุนหันมาสนใจลงทุนในทองคำเพิ่มมากขึ้น ด้วยมุมมองของนักลงทุนที่แตกต่างกันก็จะทำให้ราคาทองคำเองมี “ความผันผวนมากขึ้น” ด้วย โดยบริษัทมองราคาทองคำในปี 2012 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ในส่วนของน้ำมันเองนั้น หลังจากที่ราคาปรับตัวลงอย่างแรงจากที่เคยมองว่าราคาจะไปถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แล้วปรับตัวลงเหลือ 33  ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2008 นั้น หากมองการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันจะพบว่ามีการขยับปรับฐานราคาขึ้นมาโดยตลอด โดยในปี 2009 ขยับมาอยู่ในกรอบ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2553 อยู่ที่ 70-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2554  ขยับมาอยู่ที่ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และในปี 2555 คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 90-110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

“แนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาแม้จะปรับตัวขึ้น แต่ความน่าสนใจในแง่ของการลงทุนยังถือว่าน้อยกว่าทองคำ เพราะทองคำก็คือทองคำ ต่างจากน้ำมัน แล้วกรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันก็ค่อนข้างแคบในแต่ละปี ถ้าจะทำกำไรก็คงต้องลงทุนในลักษณะของการเล่นรอบไป หรือลงทุนบางส่วนเพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเองไปใน ลักษณะนั้นมากกว่า แต่ถ้าจะคาดหวังราคาน้ำมันที่จะปรับขึ้นไปสูงๆ เช่นในอดีตคงยาก เพราะหากทั่วโลกปล่อยให้ราคาน้ำมันสูงก็จะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของ โลกด้วยเช่นกัน และที่ผ่านมาดีมานด์การใช้น้ำมันไม่ได้ลดลงเพียงแต่ไม่ได้มากเช่นในอดีตที่ เศรษฐกิจโลกยังเติบโตดีอยู่เท่านั้นเอง”

ในขณะที่ “สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล” นักวิเคราะห์กองทุนรวม บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) บอกว่า ภาพในระยะสั้นของทองคำและน้ำมันดูไม่ดีนักหลังจากหลุดแนวโน้มขาขึ้นลงมา โดยทองคำต้องลุ้นฝ่าแนวต้านระยะสั้นที่ระดับ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขึ้นมาให้ได้อีกครั้ง จากปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศทำให้ภาพทองคำ และน้ำมันในระยะสั้นๆ ถึงช่วงต้นปีหน้ายังดูไม่น่าสนใจมากนัก แต่ถ้ามองภาพในระยะกลางถึงยาวหากราคาปรับตัวลงมาแรงก็เป็นจังหวะในการเข้า ซื้อลงทุนได้เช่นกัน เช่นเดียวกับน้ำมันที่ในระยะสั้นก็ยังดูไม่ดีและในปี 2012 มองกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 80-100/120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตามด้วยพื้นฐานของน้ำมันเองซึ่งภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคง อ่อนแอนั้น หากราคาขยับขึ้นมาเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก็ถือเป็นจังหวะในการขายทำกำไรเพื่อไปรอรับใหม่บริเวณแนวรับ เป็นการลงทุนในลักษณะของการ “เล่นรอบ” ตามกรอบแนวรับแนวต้านไป

“ส่วนทองคำ ในระยะสั้นต่อเนื่องถึงช่วงต้นปีราคายังอยู่ในการปรับฐาน ความน่าสนใจลงทุนมีไม่มากนักลงทุนอาจจะรอจังหวะเพื่อเข้าลงทุนในรอบใหม่อีก ครั้งก่อนก็ได้ เว้นแต่จะเป็นนักลงทุนระยะกลางถึงยาวอาจจะทยอยซื้อสะสมได้ในช่วงราคาที่ต่ำ ได้”

ในมุมมองของ “ผู้จัดการกองทุน” ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในทองคำ มากกว่าน้ำมันในปี 2012 นี้ โดย “สินค้าโภคภัณฑ์” นี้ หากผสมในพอร์ตจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวมให้กับนักลงทุนได้ ไม่มากก็น้อย

เราก็ได้ทราบข้อมูลของการลงทุนแล้วนะคะว่าในปีนี้ การลงทในทองคำนั้นน่าจะให้ผลกำไรที่คุ้มค่า และทางร้านทองกุลศรีสุวรรณ ก็มีทองคำแท่ง ทองคำรูปประพรรณ ที่มีคุณภาพและมาตราฐานไว้คอยบริการท่านที่ต้องการลงทุนในทองคำคะ  อย่าลืมนะคะ  คิดถึงทองคำก็คิดถึงเรานะคะ ร้านทองกุลศรีสุวรรณ ทั้งสองสาขาคะ หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้นะคะเรายินดีบริการคะ

ข้อมูลอ้างอิงจาก : กรุงเทพธุรกิจ

Related posts:

จีนเขย่าวงการเลี้ยงมุก สร้าง"ไข่มุกเมทัลลิค"
10 ปัจจัย ชี้ชะตาราคาทอง (ตอนจบ)
สาวราศีไหนเหมาะกับเครื่องประดับเพชร แบบไหน? (ราศีสิงห์ (23 กรกฏาคม - 22 สิงหาคม))

No related posts.

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>