อัญมณีบำบัด
อัญมณีบำบัด คือ การนำอัญมณีหรือหินสีชนิดต่างๆ มาใ้ช้ประกอบกับการบำบัดรักษา อ.ศุภชัย จารุสมบูรณ์เป็นผู้นำวิชาผลึกศาสตร์ (Crystallography) ในการอธิบายถึงแนวทางการบำบัดรักษาด้วยอัญมณี ซึ่งในปัจจุบันการบำบัดด้วยอัญมณีได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเป็นศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแขนงใหม่ในประเทศตะวันตก ท่านเป็นบุคคลแรกที่นำเทียนจูมาเผยแพร่ความรู้เพื่อการบำบัดโรคในประเทศไทย
หินสีหรืออัญมณีบำบัดโรคได้จริงหรือ? การจะนำหินสีหรืออัญมณีมาใช้เพื่อการบำบัดนั้น จำเป็นต้องศึกษาองค์ประกอบ คุณสมบัติ และการเรียงตัวของผลึกในหินสีแต่ละชนิดที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เพื่อให้ทราบว่าหินสีหรืออัญมณีชนิดใดเหมาะสมกับร่างกายมนุษย์และเหมาะสมกับโรคที่ต้องการใช้บำบัดรักษา ดังนั้น การใช้หินสีหรืออัญมณีบำบัดไม่ใช่เพียงแต่อาศัยความเชื่อและการบอกเล่าต่อๆ กันมานับแต่โบราณกาลเท่านั้น แต่ยังสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์อีกด้วยอัญมณีบำบัดได้กลายเป็นเวชศาสตร์แขนงหนึ่งของการแพทย์ในยุคปัจจุบัน โดยจุดประสงค์หลักของวิชาอัญมณีบำบัดในอายุยืนดอทคอมนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อชี้แจงเหตุผลให้กับผู้ที่ต้องการนำหินสีหรืออัญมณีไปใช้เพื่อการบำบัดรักษาโรคในวิถีทางการแพทย์ทางเลือกในการที่จะนำคุณสมบัติของหินสีหรืออัญมณีไปใช้เพื่อบำบัดรักษาโรคด้วยการวิเคราะห์ทางการแพทย์และพิสูจน์วัดผลในทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
อะไรคือผลึกศาสตร์ (crystallography) ผลึกศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่ศึกษาการเรียงตัวของอะตอมในของแข็ง คำนี้ในการใช้งานเดิมจะหมายถึงศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับผลึก คำว่า ผลิก มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า ผลึก ก่อนที่จะมีพัฒนาการของผลึกศาสตร์ที่ใช้การเลี้ยวเบนของรังสีเอ็กซ์ การศึกษาผลึกกระทำโดยใช้เรขาคณิตของผลึก โดยจะมีการวัดมุมของผลึกเทียบกับมุมอ้างอิงทางทฤษฎี และหาสมมาตรของผลึกนั้นๆ ในปัจจุบันผลึกศาสตร์ใช้การวิเคราะห์รูปแบบของการเลี้ยวเบน ที่เกิดจากการยิงลำแสงบางอย่างให้กับผลึกนั้น แม้ว่าลำแสงที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ตัวเลือกหลักมักเป็นรังสีเอ็กซ์
คุณสมบัติของอัญมณี คุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิกส์ การนำความร้อน คุณสมบัติทางเคมี คุณสมบัติทางแม่เหล็กไฟฟ้า คุณสมบัติที่ยอมให้แสงผ่าน หรือการผสมผสานกันของบางคุณสมบัติตามที่กล่าวมานี้ คุณสมบัติของวัสดุที่สังเกตง่ายและชัดเจนจะแสดงออกมาในรูปของคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ ส่วนความแตกต่างในระดับโครงสร้างโมเลกุลและอะตอมจะต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนในการตรวจสอบ สำหรับการประเมินสมรรถนะของวัสดุจะเป็นพื้นฐานของงานวิศวกรรมที่จะนำวัสดุนั้นๆ ไปใช้งาน ส่วนวิชาว่าด้วยวัสดุศาตร์จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการความรู้ทางเทคโนโลยีของวัสดุที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงซึ่งกันและกันนำไปประยุกต์ใช้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.ayuyuen.com/aunyamanee.html
Related posts:
No related posts.
