10 ปัจจัย ชี้ชะตาราคาทอง (ตอนจบ)
ในคราวที่แล้วดิฉันโพสต์บทความ “10 ปัจจัย ชี้ชะตาราคาทอง” ซึ่งประกอบด้วย 1. US Dollar , 2. อัตราดอกเบี้ย, 3. อัตราผลตอบแทนเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนในหุ้น,ตราสารหนี้และทองคำ และ 4. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และครั้งนี้เรามาดูกันต่อนะคะว่าปัจจัยชี้ชะตาทองที่เหลืออีก 6 ปัจจัย ดังนี้
5. Demand / Supply
Demand (ความต้องการซื้อ) สำหรับทองคำ แบ่งเป็น: 1). ความต้องการทองคำจากอุตสาหกรรมเครื่องประดับ เช่น เทศกาลตรุษจีน ปีใหม่ และเทศกาลแต่งงานของชาวอินเดีย 2). ความต้องการลงทุนในทองคำ ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมของนักลงทุนและกองทุนต่างๆ 3). ความต้องการซื้อทองคำของธนาคารกลางบางประเทศ โดยเฉพาะหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ก่อให้เกิดภาวะขาดความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์ อันนำไปสู่กระแสการปรับทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่ลดการถือครองเงินดอลลาร์ฯ ลง แล้วหันไปเพิ่มการถือครองสินทรัพย์อื่นๆ แทน เช่น ทองคำ และเงินสกุลอื่นๆ ทั้งนี้ยิ่งความต้องการซื้อทองคำสูงขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ราคาทองคำสูงขึ้นตามไปด้วย
Supply สำหรับทองคำ : ปัจจัยทางการผลิตทองคำนั้นมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำน้อยมาก เพราะเป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ ยกเว้นจะมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ปัญหาในเหมืองสำคัญของโลก หรือปัญหาในแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทองคำหลักของโลก หรือมีการเทขายทองคำจำนวนมากจากกลุ่มสถาบันใหญ่ๆ เช่น ธนาคารกลางประเทศต่างๆ หรือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ทั้งนี้หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ Supply ของทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง
6. ภาวะเงินเฟ้อ : หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ภาวะของแพงขึ้น เนื่องจากมีปริมาณเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจมากเกินไป โดยทันทีที่เกิดเงินเฟ้อขึ้น มูลค่าเงินสดและพันธบัตรที่เราถือครองอยู่จะลดลง ทำให้นักลงทุนต้องหันหาแหล่งลงทุนอื่น ทั้งนี้ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา เราเห็นมาตรการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศใหญ่ๆ นำโดยสหรัฐฯ, ยูโรโซน, จีน, ญี่ปุ่น, อังกฤษ ฯลฯ ทำให้เกิดความกลัวว่าปริมาณเงินที่ถูกอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจจะเป็น ระเบิดเวลาเงินเฟ้อในอนาคต นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นก็เป็นสัญญาณเงินเฟ้อ ซึ่งหากเกิดภาวะเงินเฟ้อ จะทำให้มีความต้องการซื้อทองคำมากขึ้น อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันกับทองคำไม่จำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียว กัน เพราะบางครั้งมีการย้ายตลาดเก็งกำไรของนักลงทุน
7. ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ : โดยเฉพาะช่วงนี้มีประเด็นเรื่องสหรัฐฯ กับจีน โดยหากเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ร้ายแรง ก็จะมีแรงซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงในฐานะที่ทองคำเป็น Safe heaven (แหล่งลงทุนที่ปลอดภัย) แต่หลังจากนั้นก็มีความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าในภาวะสงคราม ทองคำนั้นกินไม่ได้ อย่างไรก็ตามแนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในระยะนี้คงเกิดขึ้นได้ยาก แม้จีนจะแสดงอาการไม่พอใจสหรัฐฯ หลายครั้ง แต่ปัจจุบันสหรัฐฯ ก็เป็นตลาดผู้บริโภครายใหญ่ของจีน ดังนั้นจีนคงคิดหนัก หากคิดจะทุบหม้อข้าวตนเอง
8. การเก็งกำไร : ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา กองทุนหลายๆ แห่งต่างหันมาลงทุนในทองคำมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้น และเพิ่มผลตอบแทนเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและพันธบัตรอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้พฤติกรรมของการเก็งกำไรจะเล่นกันเป็นรอบๆ ตามจังหวะขึ้นลงของตลาด เพื่อแสวงหากำไรส่วนต่าง
9. อัตราแลกเปลี่ยน : เนื่องจากทองคำที่ซื้อขายในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้า ดังนั้นจึงหนีไม่พ้นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน โดยหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จะทำให้ราคาทองคำในประเทศลดลง ในทางกลับกันหากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาทองคำในประเทศจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการที่ทองคำซื้อขายอยู่ในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ช่วยลดผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนไปได้ (อ่านเหตุผลได้ในปัจจัยฯ ข้อ 1. US Dollar)
10. กระแสตลาด : ปัจจัยข้อนี้สำคัญมากค่ะ เพราะเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือปัจจัยทั้ง 9 ข้อข้างต้น และเป็นสิ่งบอกได้ทั้งในด้านบวกและด้านลบ เช่น หากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลก ราคาทองคำอาจจะพุ่งขึ้นเพราะทองคำเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลงทุน หรือราคาทองคำอาจจะร่วงลงตามตลาดหุ้นเพราะนักลงทุนคาดการณ์ว่าความต้องการ ทองคำจะลดลงตามการซบเซาของภาวะเศรษฐกิจโลกหรือเกิดจากนักลงทุนเทขายทองคำ เพื่อนำเงินไปคืนผลขาดทุนในตลาดหุ้น ดังนั้นการติดตามข่าวสารในตลาดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราจับจังหวะการลงทุนได้ค่ะ
ขอให้ทุกท่านโชคดีมีชัยในการลงทุนกันนะคะ แต่หากสนใจเรื่องการลงทุนทองคำสามารถติดต่อร้านทองกุลศรีสุวรรณได้ทั้ง 2 สาขาคะ หรือหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุนก็สอบถามได้นะคะ เรายินดีบริการคะ
ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
Related posts:
No related posts.