10 ปัจจัย ชี้ชะตาราคาทอง

 

บรรดานักวิเคราะห์หลายสำนักต่างออกมากล่าวถึงแนวโน้มราคาทองคำกัน อย่างกว้างขวาง บ้างก็ว่าราคาทองคำอาจลดลงอีก บ้างก็ว่าราคาจะพุ่งกลับขึ้นไปสูงอีกครั้ง ทำเอาคนที่ติดตามข่าวสับสนไม่รู้จะเชื่อสำนักไหนดี ทำเอาผู้ค้าเก็งกำไรทองมึนงงเพราะการบริโภคข่าวเกินขนาดเช่นกัน จึงมานั่งคิดได้ว่าจะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถฟัง วิเคราะห์และตัดสินใจได้เอง เรามาดูนะคะว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่จะบ่งบอกถึงแนวโน้มราคาทองคำที่นำมาฝากกันในวันนี้คะ

10 ปัจจัย ชี้ชะตาราคาทอง

1. US Dollar : เนื่องจากราคาทองคำถูกกำหนดให้ซื้อขายอยู่ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นราคาทองคำจึงแปรผกผันกับค่าเงินดอลลาร์ไปโดยปริยาย นั่นคือถ้าดอลลาร์แข็ง ราคาทองจะลดลง กลับกันถ้าดอลลาร์อ่อน ราคาทองจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ประเด็นสำคัญที่ละเลยไม่ได้ คือ การขาดความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์ โดยหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จนทำให้บรรดาประเทศต่างๆ ที่ถือครองสกุลเงินดอลลาร์ในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศพากันเดือดร้อน เพราะยิ่งค่าเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงมากเท่าไหร่ ทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศเหล่านั้นก็มีมูลค่าลดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงเห็นกระแสการปรับทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางประเทศ ต่างๆ ที่ลดการถือเงินครองดอลลาร์ฯ ลง แล้วหันไปเพิ่มการถือครองสินทรัพย์อื่นๆ แทน เช่น ทองคำ และเงินสกุลอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง

2. อัตราดอกเบี้ย : อัตราดอกเบี้ยระดับต่ำในปัจจุบันเป็นตัวผลักดันให้ราคาทองคำสูงขึ้น เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำของ บรรดาธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ทำให้เกิดแรงจูงใจในการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากตลาดเงินที่มีอัตราผลตอบแทน ต่ำ(เพราะดอกเบี้ยต่ำ) เข้ามาลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ และทองคำเป็นต้น อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นอยู่ในระดับต่ำ แต่ในระยะยาวแล้วเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยก็มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

3. อัตราผลตอบแทนเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และทองคำ : เพราะมนุษย์ช่างคิด เวลาจะลงทุนอะไรก็ต้องคิดเปรียบเทียบผลตอบแทนของการลงทุนแต่ละตัว แต่เพราะสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกยังไม่ชัดเจน ทำให้การลงทุนในหุ้นยังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำก็ทำให้ตราสารหนี้ไม่เป็นที่น่าดึงดูดใจ แต่การลงทุนในทองคำกลับได้รับความนิยม เพราะได้รับแรงหนุนจากการซื้อสะสมของธนาคารกลางหลายๆ ประเทศทั่วโลก

4. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ : ในช่วง 7- 8 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการบริโภคทองคำสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยประชาชนของทั้งสองประเทศมีค่านิยมในการซื้อทองคำเพื่อเป็นเครื่องประดับ แสดงฐานะทางสังคม อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ลุกลามต่อไป ทั่วโลก ทำให้ความต้องการบริโภคทองคำในฐานะเป็นเครื่องประดับลดลง โดยในช่วงแรกเราได้เห็นการดิ่งลงของราคาทองคำ เพียงไม่นานราคาทองกลับพุ่งขึ้นสูงอีกครั้ง จากความต้องการบริโภคทองคำเพื่อการลงทุนเข้ามาแทน

จะเห็นได้ว่าปัจจัยทั้ง 4 ตัวข้างต้น ดูเหมือนจะเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยที่สามารถชี้ชะตาราคาทองได้ค่ะ ดังนั้นเรายังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าทิศทางราคาทองจะเป็นอย่างไร ติดตามต่อในคราวต่อไปนะคะว่าปัจจัยส่วนที่เหลือจะส่งให้ราคาทองขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์

Related posts:

มหัศจรรย์แห่งหินนำโชค (2)
หมอลักษณ์ฟันธง 12 ราศี ปี2555 ราศีเมษ
ฟันธงปี 2012 ทองคำ "รุ่ง" กว่าน้ำมัน

No related posts.

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>